ส่วนผสม- กล้วยไข่ห่ามๆ 2 หวี
- น้ำตาลทรายขาว 450 กรัม
- น้ำสะอาด 400 กรัม
- หัวกะทิ 2 ถ้วย
- แป้งอเนกประสงค์ 1.5 ชต.
- เกลือป่น หยิบมือ
วิธีทำเริ่มต้นเราก็มาทำหัวกะทิสำหรับราดหน้ากล้วยไข่เชื่อมกันไว้ก่อน มีวิธีทำให้เลือกทำ 2 แบบ
- แบบที่ 1 สำหรับหัวกะทิที่คั้นโดยไม่ใช้น้ำ ให้เอาหัวกะทิผสมเกลือป่นนิดหน่อย แล้วนำไปตั้งไฟอ่อน คนไปเรื่อยๆ ด้วยความใจเย็น สักพักกะทิจะข้นขึ้นเอง แต่ต้องใช้เวลาหน่อย
- แบบที่ 2 สำหรับหัวกะทิที่คั้นแบบใส่น้ำ / กะทิกล่อง ให้เอาหัวกะทิ 2 ถ้วย ผสมกับแป้งข้าวอเนกประสงค์ 1.5 ชต. และเกลือป่นหยิบมือ (นิดหน่อย ใส่พอให้มีรสเค็มปะแหล่มๆ) คนๆ ให้แป้งละลายเข้ากับหัวกะทิก่อน แล้วค่อยนำไปตั้งไฟกลางๆ ระหว่างตั้งไฟก็ใช้ตะกร้อมือคนเรื่อยๆ จนกระทั่งแป้งสุก กะทิข้นก็เป็นอันใช้ได้
ซึ่งพอกะทิสุกข้นแล้ว ก็ยกลงจากเตา ตั้งพักไว้ให้เย็น
- เลือกใช้กล้วยไข่ห่าม ๆ หน่อย ออกสีเขียวมากกว่าสีเหลือง (แต่สำหรับคนที่ชอบกล้วยไข่เชื่อมนิ่ม ๆ ก็สามารถจะเลือก- ใช้กล้วยไข่ที่มีสีเหลืองมากกว่านี้หน่อยก็ได้ แต่อย่าให้เหลืองมากไป ไม่งั้นเวลาเอาไปเชื่อม มันจะเละ)
- ปอกเปลือกกล้วยไข่ (ยิ่งเขียวมากยิ่งปอกยาก) ถ้ามีเส้นดำๆ ก็ดึงออกให้หมด แล้วตัดหัวตัดท้ายสักหน่อยเพื่อความสวยงาม ปอกเสร็จก็ใส่ลงไปแช่ไว้ในน้ำที่ผสมน้ำเกลือนิดหน่อย เพื่อไม่ให้กล้วยเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
- มาเคี่ยวน้ำเชื่อมไว้สำหรับเชื่อมกล้วย โดยการผสมน้ำตาลทรายกับน้ำสะอาดลงในภาชนะที่เราจะใช้เชื่อมกล้วย
หากมีกระทะทองจะใช้กระทะทองก็ได้ แต่ถ้าไม่มีใช้กระทะธรรมดาหรือหม้อ หรือพวกกระทะเทฟล่อนก็ได้
- ผสมน้ำกับน้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วนำไป ตั้งไฟ คนให้ละลาย (จะได้เป็นน้ำเชื่อม) แล้วนำมาลงกรองด้วยผ้าขาวบางหรือกระชอนตาถี่ๆ ครั้งนึง
- จากนั้นก็เทใส่กลับคืนหม้อ แล้วนำไปตั้งไฟเคี่ยวต่อ โดยเราจะเคี่ยวน้ำเชื่อมไปเรื่อย ๆ
แรกๆ ตอนน้ำเชื่อมยังใสอยู่ เราจะเห็นว่าฟองตอนเดือดเค้าจะเป็นฟองค่อนข้างใหญ่ แต่เมื่อยิ่งน้ำเชื่อมข้นมากขึ้นเท่าไหร่ ฟองก็จะยิ่งเล็กลง
- เคี่ยวน้ำเชื่อมให้ลดลงไปประมาณ 1/4 ก็จะได้น้ำเชื่อมที่มีความเหนียวได้ที่ แล้วเราก็ค่อยเอากล้วยไข่ที่เราปอกไว้ใส่ลงไปเชื่อม
- ให้ใช้ไฟกลางๆ ค่อนมาทางอ่อนสักหน่อย เพื่อค่อยๆ ให้น้ำเชื่อมซึมเข้าไปในเนื้อกล้วย พร้อมกับความร้อนจากน้ำเชื่อมที่จะทำให้กล้วยค่อย ๆ ระอุ และก็สุกในที่สุดพร้อมๆ กับซึมซับน้ำเชื่อมได้เต็มที่
เวลาทาน อาจทานกล้วยไข่เชื่อมเพียว ๆ หรือราดด้วยหัวกะทิข้นๆ ก้จะหอมอร่อยไปอีกแบบ
ที่มา ครัวพิม